คํานําหน้าชื่อ ภาษาอังกฤษ Mr, Ms, Mrs, Miss ใช้ต่างกันอย่างไร พร้อมตัวอย่าง

คํานําหน้าชื่อ ภาษาอังกฤษ

บทความนี้อธิบาย คำนำหน้าชื่อภาษาอังกฤษ ทุกแบบที่ควรรู้ — ตั้งแต่ Mr Ms Mrs Miss ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ไปจนถึงคำนำหน้าตามอาชีพ ตำแหน่งงาน และบรรดาศักดิ์ พร้อมตัวอย่างประโยคและข้อควรระวังในการเลือกใช้ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องกรอกแบบฟอร์ม เขียนอีเมล หรือสื่อสารภาษาอังกฤษอย่างเป็นทางการ

คํานําหน้าชื่อ ภาษาอังกฤษคืออะไร

ความหมายของคำนำหน้าชื่อในภาษาอังกฤษ

คำนำหน้าชื่อภาษาอังกฤษเรียกว่า Title ใช้เพื่อระบุเพศ สถานะ หรือบทบาทของบุคคล

คำนำหน้าชื่อ (Title หรือ Honorific) คือคำที่วางหน้าชื่อบุคคลเพื่อแสดงความสุภาพ ระบุเพศ สถานภาพสมรส ตำแหน่ง หรือบทบาทของบุคคลนั้น เช่น Mr. Smith, Ms. Johnson, Dr. Lee เป็นต้น

คำนำหน้าชื่อใช้ในสถานการณ์ใดบ้าง

ใช้ในการกรอกแบบฟอร์ม การเขียนอีเมล การเรียกชื่ออย่างสุภาพ และการสื่อสารทางธุรกิจ

  • กรอกแบบฟอร์มขอวีซ่า หนังสือเดินทาง หรือเอกสารราชการ
  • เขียนอีเมลหรือจดหมายทางธุรกิจ
  • แนะนำตัวในการประชุมหรือสัมภาษณ์งาน
  • เรียกชื่อครู อาจารย์ หรือผู้บังคับบัญชา
  • บริการในร้านค้า โรงแรม หรืองานบริการลูกค้า

ทำไมต้องใช้คำนำหน้าชื่อให้ถูกต้อง

ช่วยให้สื่อสารสุภาพ เหมาะกับบริบท และลดความเข้าใจผิดในการเรียกบุคคล

การใช้คำนำหน้าผิดอาจทำให้ผู้ฟังรู้สึกไม่สบายใจหรือดูไม่เป็นมืออาชีพ โดยเฉพาะในบริบททางธุรกิจและการทำงาน การเลือกใช้ให้ถูกต้องแสดงถึงความใส่ใจและมารยาทที่ดี

คำนำหน้าชื่อภาษาอังกฤษพื้นฐานที่พบบ่อย

Mr ใช้กับใคร

ใช้กับผู้ชายทั่วไป ไม่จำกัดสถานภาพสมรส และมักตามด้วยนามสกุล

Mr (มิสเตอร์ — Mister) ย่อมาจาก Mister ใช้กับผู้ชายทุกวัยและทุกสถานภาพสมรส เป็นคำนำหน้าที่ไม่ระบุว่าแต่งงานแล้วหรือยัง ตามปกติตามด้วยนามสกุล เช่น Mr. Smith, Mr. Johnson

Ms ใช้กับใคร

ใช้กับผู้หญิงโดยไม่ระบุสถานภาพสมรส เหมาะกับการใช้แบบสุภาพและเป็นกลาง

Ms (มิซ) ไม่ได้ย่อมาจากคำเต็มใด เป็นคำนำหน้าที่สร้างขึ้นเพื่อให้เป็น “กลาง” เหมือน Mr ของฝ่ายหญิง — ไม่ระบุว่าแต่งงานแล้วหรือยัง เหมาะมากเมื่อไม่ทราบสถานภาพสมรสของผู้หญิงคนนั้น

Mrs ใช้กับใคร

ใช้กับผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว โดยเฉพาะเมื่อต้องการระบุสถานภาพสมรส

Mrs (มิซิซ — Missus/Missis) ย่อมาจาก Mistress ใช้กับผู้หญิงที่แต่งงานแล้วเท่านั้น มักตามด้วยนามสกุลของสามี เช่น Mrs. Brown, Mrs. Williams อย่างไรก็ตามในปัจจุบัน ผู้หญิงบางคนที่แต่งงานแล้วอาจเลือกใช้ Ms แทน

Miss ใช้กับใคร

ใช้กับผู้หญิงที่ยังไม่แต่งงาน หรือใช้เรียกเด็กผู้หญิงในบางบริบท

Miss (มิส) ไม่ใช่ตัวย่อ เขียนเต็มเสมอ ใช้กับผู้หญิงที่ยังไม่แต่งงานหรือเด็กผู้หญิง ในโรงเรียนมักใช้เรียกครูผู้หญิงที่ยังสาว เช่น Miss Taylor, Miss Chen

Master ใช้กับใคร

ใช้เป็นคำนำหน้าสำหรับเด็กผู้ชาย แม้ปัจจุบันจะพบน้อยกว่าคำอื่น

Master (มาสเตอร์) ใช้กับเด็กผู้ชายที่ยังเล็กหรืออายุต่ำกว่า 18 ปี พบในจดหมายทางการหรือบัตรเชิญ เช่น Master James ปัจจุบันพบน้อยลงในชีวิตประจำวัน

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเรื่องความแตกต่างของ Ms และ Miss ได้ที่ Ms กับ Miss ต่างกันยังไง

ความแตกต่างระหว่าง Mr, Ms, Mrs และ Miss

เปรียบเทียบตามเพศ

Mr ใช้กับผู้ชาย ส่วน Ms, Mrs และ Miss ใช้กับผู้หญิง

คำนำหน้า ใช้กับ สถานภาพสมรส ตัวอย่าง
Mr ผู้ชาย ไม่ระบุ Mr. Smith
Ms ผู้หญิง ไม่ระบุ Ms. Johnson
Mrs ผู้หญิง แต่งงานแล้ว Mrs. Brown
Miss ผู้หญิง ยังไม่แต่งงาน Miss Taylor
Master เด็กผู้ชาย ไม่ระบุ Master James

เปรียบเทียบตามสถานภาพสมรส

Ms ไม่ระบุสถานภาพ Mrs ใช้กับผู้หญิงแต่งงานแล้ว และ Miss ใช้กับผู้หญิงที่ยังไม่แต่งงาน

ผู้ชายโชคดีที่มีคำนำหน้าเพียง Mr เพียงตัวเดียวโดยไม่ต้องระบุสถานภาพสมรส แต่ฝ่ายหญิงมีสามตัวเลือก การเลือกผิดอาจทำให้ผู้รับรู้สึกไม่สบายใจโดยไม่จำเป็น

เปรียบเทียบตามระดับความสุภาพ

Ms มักเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยเมื่อไม่ทราบสถานภาพของผู้หญิง

กฎจำง่าย: ถ้าไม่แน่ใจ → ใช้ Ms เสมอ เหมือนกับที่ Mr ใช้ได้กับผู้ชายทุกคน Ms ก็ใช้ได้กับผู้หญิงทุกคนโดยไม่ต้องรู้สถานภาพ

ข้อควรระวังในการเลือกใช้คำนำหน้าผู้หญิง

หลีกเลี่ยงการเดาสถานภาพสมรส หากไม่แน่ใจควรใช้ Ms หรือใช้ชื่อเต็มแทน

ระวัง: อย่าสันนิษฐานว่าผู้หญิงแต่งงานแล้วหรือยังโดยดูจากอายุหรือภาพลักษณ์ การเดาและใช้ผิดอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดและดูไม่เป็นมืออาชีพ

ดูคำอธิบาย Miss Mrs Ms เพิ่มเติมได้ที่ Miss, Mrs, Ms ต่างกันอย่างไร

คำนำหน้าแบบเป็นทางการในภาษาอังกฤษ

Sir ใช้อย่างไร

ใช้เรียกผู้ชายอย่างสุภาพ โดยเฉพาะในงานบริการ ห้องเรียน หรือสถานการณ์ทางการ

Sir (เซอร์) ใช้เรียกผู้ชายอย่างสุภาพโดยไม่ต้องรู้ชื่อ เช่น “Excuse me, Sir.” หรือ “Yes, Sir.” นอกจากนี้ยังเป็นบรรดาศักดิ์ที่พระมหากษัตริย์อังกฤษพระราชทานแก่บุคคลที่มีคุณงามความดี เช่น Sir Paul McCartney

อ่าน  (เพิ่มเติม) คำศัพท์หมวดร่างกายมนุษย์

Ma’am ใช้อย่างไร

ใช้เรียกผู้หญิงอย่างสุภาพ พบได้บ่อยในภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน

Ma’am (แมม) ย่อมาจาก Madam ใช้บ่อยมากในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา เช่น “How can I help you, Ma’am?” นิยมใช้ในงานบริการ ทหาร ตำรวจ และการสื่อสารทางการ

Madam ใช้อย่างไร

ใช้เรียกผู้หญิงอย่างสุภาพในบริบททางการหรือบริการ

Madam (มาดาม) รูปแบบเต็มของ Ma’am มักใช้ในบริบทที่เป็นทางการกว่า เช่น “Yes, Madam.” หรือใช้นำหน้าตำแหน่ง เช่น Madam President, Madam Chair

Dr ใช้อย่างไร

ใช้กับแพทย์หรือผู้ที่มีวุฒิปริญญาเอก โดยตามด้วยชื่อหรือนามสกุล

Dr (ด็อกเตอร์ — Doctor) ใช้ได้กับทั้งผู้ชายและผู้หญิง และสำหรับทั้งแพทย์และผู้มีวุฒิ PhD เช่น Dr. Smith (แพทย์), Dr. Lee (อาจารย์ดอกเตอร์) เมื่อใช้ Dr แล้วไม่ต้องใช้ Mr หรือ Ms ซ้อน

Professor ใช้อย่างไร

ใช้กับอาจารย์มหาวิทยาลัยหรือตำแหน่งศาสตราจารย์ในบริบททางวิชาการ

Professor (โปรเฟสเซอร์) มักย่อว่า Prof. ใช้กับอาจารย์ระดับมหาวิทยาลัยที่มีตำแหน่งศาสตราจารย์ เช่น Professor Williams หรือ Prof. Chen เป็นตำแหน่งที่มีเกียรติสูงในวงการวิชาการ

คำนำหน้าแบบไม่เป็นทางการและการเรียกชื่อจริง

การเรียกชื่อจริงในภาษาอังกฤษ

ใช้เมื่อมีความสนิทสนมหรือได้รับอนุญาตจากเจ้าของชื่อแล้ว

ในวัฒนธรรมตะวันตก โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา การเรียกชื่อจริงกันถือเป็นเรื่องปกติในสภาพแวดล้อมการทำงานหลายแห่ง แต่ในบริบทที่เป็นทางการ เช่น การประชุมครั้งแรกหรืองานธุรกิจสำคัญ ควรเริ่มต้นด้วยคำนำหน้าก่อน

การใช้ Mr, Ms และ Mrs กับชื่อต้น

พบได้ในบริบทที่เป็นกันเองหรือใช้เรียกผู้ใหญ่ใกล้ชิด

ในบางวัฒนธรรมหรือบริบท อาจใช้คำนำหน้ากับชื่อต้น (ไม่ใช่นามสกุล) เช่น Mr. John หรือ Miss Sarah เพื่อแสดงความสุภาพแต่ยังมีความเป็นกันเองอยู่บ้าง พบบ่อยในโรงเรียนหรือชุมชนใกล้ชิด

ความหมายของ on a first name basis

หมายถึงความสัมพันธ์ที่สามารถเรียกชื่อจริงกันได้โดยไม่ต้องใช้คำนำหน้า

วลี on a first name basis หมายความว่าความสัมพันธ์นั้นสนิทแน่นพอที่จะเรียกชื่อจริงกันได้โดยไม่ต้องใช้ Mr./Ms. เช่น “Please, call me John. We’re on a first name basis here.”

ข้อควรระวังก่อนเรียกชื่อจริง

ในบริบททางการควรรอให้อีกฝ่ายแนะนำหรืออนุญาตก่อน

วิธีที่ดีที่สุดคือรอให้อีกฝ่ายแนะนำตัวเองและบอกให้เรียกชื่อจริง หรือถามว่า “What would you like me to call you?” เพื่อความสุภาพ โดยเฉพาะกับผู้มีอาวุโสหรือตำแหน่งสูงกว่า

คำเรียกสุภาพในชีวิตประจำวัน

การใช้คำนำหน้าในร้านค้าและโรงแรม

มักใช้ Sir, Madam หรือ Ma’am เพื่อเรียกลูกค้าอย่างสุภาพ

  • Good morning, Sir. How can I help you? — สวัสดีครับ รับใช้ได้อะไรไหมครับ?
  • This way, Madam. — ทางนี้เลยค่ะ
  • Your room is ready, Ma’am. — ห้องพักเรียบร้อยแล้วค่ะ

การใช้คำนำหน้าในห้องเรียน

นักเรียนอาจใช้ Sir เรียกครูผู้ชาย หรือใช้ชื่อครูร่วมกับคำนำหน้าตามความเหมาะสม

  • ครูผู้ชาย: Sir, Mr. Smith หรือ Mr. + นามสกุล
  • ครูผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว: Mrs. + นามสกุล
  • ครูผู้หญิงที่ยังไม่แต่งงาน: Miss + นามสกุล
  • ครูผู้หญิงที่ไม่ทราบสถานภาพ: Ms. + นามสกุล

การเรียกคนแปลกหน้าอย่างสุภาพ

ใช้คำอย่าง Excuse me, Sorry หรือ Hello ร่วมกับ Sir, Madam หรือ Ma’am

เมื่อต้องพูดกับคนที่ไม่รู้จัก ใช้ “Excuse me” ก่อน แล้วตามด้วย Sir หรือ Madam ถ้าต้องการ แต่ในหลายกรณี “Excuse me” อย่างเดียวก็เพียงพอ

ตัวอย่างประโยคเรียกคนอย่างสุภาพ

เช่น Excuse me, Sir. และ How can I help you, Madam?

  • Excuse me, Sir. Is this your bag? — ขอโทษครับ นี่กระเป๋าของคุณไหม?
  • How can I help you, Madam? — ช่วยอะไรได้ไหมคะ?
  • Good afternoon, Ma’am. Welcome. — สวัสดีตอนบ่ายค่ะ ยินดีต้อนรับ
  • Thank you, Sir. Have a nice day. — ขอบคุณครับ ขอให้วันดีนะครับ
อ่าน  อาชีพต่างๆ อาชีพที่ 21-40

ดูการใช้คำนำหน้าชื่อภาษาอังกฤษในบริบทต่างๆ เพิ่มเติมได้ที่ คำนำหน้าชื่อภาษาอังกฤษฉบับสมบูรณ์

คำนำหน้าชื่อตามอาชีพและตำแหน่งงาน

Doctor

ใช้เรียกแพทย์หรือผู้มีตำแหน่งทางวิชาการบางกรณี

ในบริบทโรงพยาบาล ใช้เรียกแพทย์โดยตรงว่า “Doctor” หรือ “Doctor + นามสกุล” เช่น Doctor Brown หรือ Dr. Brown

Nurse

ใช้เรียกพยาบาลในบริบทที่ต้องการเรียกความสนใจอย่างสุภาพ

พบในโรงพยาบาลเมื่อผู้ป่วยเรียก “Nurse!” หรือ “Excuse me, Nurse.” เพื่อขอความช่วยเหลือ

Officer

ใช้เรียกเจ้าหน้าที่ เช่น ตำรวจ เจ้าหน้าที่สนามบิน หรือเจ้าหน้าที่รัฐ

เช่น “Excuse me, Officer, could you help me?” — ขอโทษนายตำรวจ ช่วยผมหน่อยได้ไหม?

Minister

ใช้เรียกตำแหน่งรัฐมนตรีหรือผู้นำทางศาสนาในบางบริบท

ในบริบทการเมือง ใช้ “Minister” หรือ “The Minister” ส่วนในบริบทศาสนา โดยเฉพาะโบสถ์โปรเตสแตนต์ ใช้เรียกนักบวชว่า “Minister” หรือ “Reverend”

Waiter

ใช้เรียกพนักงานเสิร์ฟชาย แต่ในปัจจุบันควรใช้คำที่สุภาพและเป็นกลางตามบริบท

ปัจจุบันนิยมใช้ “Excuse me” หรือ “Excuse me, could I get some help?” แทนการเรียก “Waiter!” โดยตรง ซึ่งฟังดูสุภาพกว่าในหลายวัฒนธรรม

คำนำหน้าตำแหน่งทางธุรกิจที่ควรรู้

ตำแหน่งย่อ ชื่อเต็ม ความหมาย
CEO Chief Executive Officer ผู้บริหารสูงสุดขององค์กร
MD Managing Director กรรมการผู้จัดการ
CFO Chief Financial Officer ผู้บริหารฝ่ายการเงิน
CTO Chief Technology Officer ผู้บริหารฝ่ายเทคโนโลยี
COO Chief Operating Officer ผู้บริหารฝ่ายปฏิบัติการ
VP Vice President รองประธาน
GM General Manager ผู้จัดการทั่วไป

Chair, Chairperson และ Chairman

ใช้เรียกตำแหน่งประธานหรือผู้นำคณะกรรมการตามบริบทขององค์กร

ปัจจุบันนิยมใช้ Chairperson หรือ Chair มากกว่า Chairman เพราะเป็นคำที่เป็นกลางทางเพศ ไม่ระบุว่าเป็นชายหรือหญิง เช่น “She is the Chair of the committee.”

คำนำหน้าบรรดาศักดิ์และชนชั้นสูงในภาษาอังกฤษ

ชาย หญิง ความหมาย ตัวอย่าง
King Queen กษัตริย์ / ราชินี King Charles, Queen Elizabeth
Prince Princess เจ้าชาย / เจ้าหญิง Prince William, Princess Diana
Duke Duchess ดยุก / ดัชเชส Duke of Edinburgh
Count Countess เคานต์ / เคาน์เตส Count Dracula (สมมุติ)
Earl Countess เอิร์ล (ขุนนางอังกฤษ) Earl of Oxford
Lord Lady ลอร์ด / เลดี้ Lord Byron, Lady Diana
Sir Dame เซอร์ / เดม (บรรดาศักดิ์) Sir Paul McCartney, Dame Judi Dench

Prince และ Princess

ใช้กับเจ้าชายและเจ้าหญิง

ในราชวงศ์อังกฤษ Prince และ Princess ใช้กับสมาชิกราชวงศ์โดยตรง เช่น Prince William, Princess Catherine ซึ่งมักเรียกแบบเต็มว่า His/Her Royal Highness

Lord และ Lady

ใช้เป็นคำนำหน้าสำหรับขุนนางหรือผู้มีตำแหน่งทางสังคมบางประเภท

ในระบบขุนนางอังกฤษ Lord ใช้กับบารอน เอิร์ล ดยุก ฯลฯ ส่วน Lady ใช้กับภรรยาของขุนนางหรือผู้หญิงที่มีบรรดาศักดิ์ในตัวเอง นอกจากนี้ยังพบในชื่อสถานที่และการแสดงต่างๆ

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับคำนำหน้าชื่อภาษาอังกฤษได้ที่ คำนำหน้าชื่อภาษาอังกฤษที่ใช้บ่อย

ตัวอย่างการใช้คํานําหน้าชื่อ ภาษาอังกฤษในประโยค

ตัวอย่างการใช้ Mr

เช่น Mr Smith is my English teacher.

  • Mr. Smith is my English teacher. — คุณสมิธเป็นครูสอนภาษาอังกฤษของฉัน
  • Please contact Mr. Johnson for more information. — กรุณาติดต่อคุณจอห์นสันสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม
  • Dear Mr. Brown, Thank you for your email. — เรียน คุณบราวน์ ขอบคุณสำหรับอีเมลของท่าน
อ่าน  ศัพท์อังกฤษบอกลำดับที่ 1 – 20

ตัวอย่างการใช้ Ms

เช่น Ms Johnson will contact you tomorrow.

  • Ms. Johnson will contact you tomorrow. — คุณจอห์นสันจะติดต่อคุณพรุ่งนี้
  • Dear Ms. Lee, I am writing to inquire about… — เรียน คุณลี ฉันเขียนมาเพื่อสอบถามเกี่ยวกับ…
  • Ms. Chen is the new project manager. — คุณเฉินเป็นผู้จัดการโครงการคนใหม่

ตัวอย่างการใช้ Mrs

เช่น Mrs Brown is waiting in the meeting room.

  • Mrs. Brown is waiting in the meeting room. — คุณนายบราวน์รออยู่ที่ห้องประชุม
  • Please send the invitation to Mrs. Williams. — กรุณาส่งคำเชิญไปให้คุณนายวิลเลียมส์
  • Mrs. Anderson called while you were out. — คุณนายแอนเดอร์สันโทรมาตอนที่คุณออกไป

ตัวอย่างการใช้ Miss

เช่น Miss Taylor teaches music.

  • Miss Taylor teaches music. — มิสเทย์เลอร์สอนดนตรี
  • Good morning, Miss Chen. — อรุณสวัสดิ์ มิสเฉิน
  • The package is addressed to Miss Sarah Wong. — พัสดุส่งถึงมิสซาร่า หว่อง

ตัวอย่างการใช้ Sir, Ma’am และ Madam

เช่น Excuse me, Sir. และ Good morning, Ma’am.

  • Excuse me, Sir. Could you help me find this address? — ขอโทษครับ ช่วยหาที่อยู่นี้ให้ผมได้ไหม?
  • Good morning, Ma’am. Welcome to our hotel. — อรุณสวัสดิ์ค่ะ ยินดีต้อนรับสู่โรงแรมของเรา
  • Yes, Madam. I’ll arrange that immediately. — ได้ค่ะ จะจัดการให้ทันทีเลย
  • After you, Sir. — ท่านก่อนเลยครับ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับคํานําหน้าชื่อ ภาษาอังกฤษ

คํานําหน้าชื่อ ภาษาอังกฤษเรียกว่าอะไร

เรียกว่า Title

คำนำหน้าชื่อในภาษาอังกฤษเรียกว่า Title หรือ Honorific ใช้วางไว้หน้าชื่อบุคคลเพื่อแสดงความสุภาพและระบุเพศ สถานภาพ หรือตำแหน่ง ดูคำศัพท์ภาษาอังกฤษเพิ่มเติมได้ที่ คลังคำศัพท์ภาษาอังกฤษสำหรับคนไทย

Mr ใช้กับใคร

ใช้กับผู้ชายทั่วไป ไม่จำกัดสถานภาพสมรส

Mr ใช้ได้กับผู้ชายทุกวัย ทั้งโสดและแต่งงานแล้ว เป็นคำนำหน้าที่ง่ายที่สุดสำหรับผู้ชายเพราะไม่ต้องรู้สถานภาพสมรส

Ms กับ Miss ต่างกันอย่างไร

Ms ไม่ระบุสถานภาพสมรส ส่วน Miss ใช้กับผู้หญิงที่ยังไม่แต่งงาน

Miss บอกชัดว่าผู้หญิงคนนั้นยังไม่แต่งงาน ส่วน Ms เป็นกลาง ไม่บอกสถานภาพ ในยุคปัจจุบัน Ms นิยมใช้มากขึ้นในบริบทธุรกิจและทางการเพราะเป็นกลางกว่า

Mrs ใช้กับผู้หญิงแบบไหน

ใช้กับผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว

Mrs ใช้กับผู้หญิงที่แต่งงานแล้วเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ผู้หญิงบางคนที่แต่งงานแล้วอาจเลือกใช้ Ms แทนได้ตามความต้องการส่วนตัว

ถ้าไม่รู้สถานภาพของผู้หญิงควรใช้คำไหน

ควรใช้ Ms เพราะสุภาพและไม่ระบุสถานภาพสมรส

สรุปสั้นๆ: Mr = ผู้ชายทุกคน / Ms = ผู้หญิงทุกคน (ไม่แน่ใจ) / Mrs = ผู้หญิงแต่งงานแล้ว / Miss = ผู้หญิงยังไม่แต่งงาน