ตัวอักษรญี่ปุ่น ฮิรางานะ คาตาคานะ คันจิ พร้อมคำอ่านสำหรับผู้เริ่มต้น

บทความนี้อธิบาย ตัวอักษรญี่ปุ่น ทั้งสามระบบ — ตัวอักษรญี่ปุ่นฮิรางานะ, ตัวอักษรญี่ปุ่นคาตาคานะ และคันจิ พร้อมตารางตัวอักษร คำอ่าน วิธีใช้ และเทคนิคเริ่มต้นเรียนที่ถูกลำดับ เหมาะสำหรับผู้ที่ยังไม่รู้จักตัวอักษรญี่ปุ่นพร้อมคำอ่านเลย และอยากวางรากฐานให้ถูกต้องตั้งแต่แรก

ตัวอักษรญี่ปุ่นคืออะไร

ระบบตัวอักษรที่ใช้ในภาษาญี่ปุ่น

อธิบายภาพรวมของฮิรางานะ คาตาคานะ และคันจิ

ภาษาญี่ปุ่นไม่ได้ใช้ตัวอักษรระบบเดียวเหมือนภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ แต่ใช้สามระบบควบคู่กันในข้อความเดียวกัน ได้แก่ ฮิรางานะ (ひらがな), คาตาคานะ (カタカナ) และ คันจิ (漢字) นอกจากนี้ยังมี โรมันจิ ซึ่งเป็นการถอดเสียงด้วยอักษรละตินเพื่อช่วยผู้เริ่มต้น

ตัวอักษรญี่ปุ่นมีกี่แบบ

แนะนำตัวอักษรหลัก 3 แบบ และโรมันจิที่ใช้ช่วยอ่าน

ระบบ จำนวนพื้นฐาน ลักษณะ ใช้กับ
ฮิรางานะ 46 ตัว เส้นโค้งอ่อนนุ่ม คำญี่ปุ่นดั้งเดิม คำช่วย
คาตาคานะ 46 ตัว เส้นตรงเหลี่ยม คำทับศัพท์ต่างประเทศ
คันจิ 2,136 ตัว (ระดับทั่วไป) ซับซ้อน มีความหมาย คำนาม คำกริยา คำคุณศัพท์
โรมันจิ ใช้อักษรละติน เหมือนภาษาอังกฤษ ช่วยอ่านสำหรับผู้เริ่มต้น

ทำไมผู้เริ่มต้นควรรู้จักตัวอักษรญี่ปุ่นก่อน

เป็นพื้นฐานของการอ่าน การเขียน การออกเสียง และการเรียนคำศัพท์ญี่ปุ่น

การเรียนภาษาญี่ปุ่นโดยไม่รู้ตัวอักษรเปรียบเหมือนการเรียนภาษาไทยโดยไม่รู้ ก ข ค — ทำได้ แต่จะติดขีดจำกัดอย่างรวดเร็ว การลงทุนเวลาเรียนฮิรางานะและคาตาคานะในช่วงแรกจะช่วยให้ก้าวหน้าได้เร็วและมั่นคงกว่ามาก

ความแตกต่างของฮิรางานะ คาตาคานะ และคันจิ

ฮิรางานะใช้ทำอะไร

ใช้เขียนคำภาษาญี่ปุ่นดั้งเดิม คำช่วย และส่วนผันคำ

ฮิรางานะเป็นตัวอักษรที่พบมากที่สุดในภาษาญี่ปุ่น ใช้เขียนคำที่ไม่ได้มาจากภาษาต่างประเทศ รวมถึงอนุภาคทางไวยากรณ์ (เช่น は, が, を, に) และส่วนผันกริยา ถือเป็นหัวใจของภาษาญี่ปุ่น

คาตาคานะใช้ทำอะไร

ใช้เขียนคำทับศัพท์จากภาษาต่างประเทศ ชื่อเฉพาะต่างประเทศ และคำเลียนเสียง

คาตาคานะมักพบในคำยืมจากภาษาอังกฤษและภาษาอื่น เช่น コーヒー (kōhī = coffee), テレビ (terebi = television), ピザ (piza = pizza) นอกจากนี้ยังใช้เขียนชื่อบุคคลและสถานที่ต่างประเทศ รวมถึงคำเลียนเสียงในการ์ตูนมังงะ

คันจิใช้ทำอะไร

ใช้แทนความหมายของคำ โดยตัวอักษรหนึ่งตัวอาจมีความหมายและวิธีอ่านมากกว่าหนึ่งแบบ

คันจิมีที่มาจากตัวอักษรจีน แต่ปรับให้เข้ากับภาษาญี่ปุ่น ตัวอักษรหนึ่งตัวอาจอ่านได้หลายแบบ เช่น 山 อ่านว่า “ซัน” หรือ “ยามะ” ขึ้นอยู่กับบริบท

โรมันจิใช้ทำอะไร

ใช้ถอดเสียงภาษาญี่ปุ่นเป็นอักษรละตินเพื่อช่วยผู้เริ่มต้นอ่านออกเสียง

โรมันจิไม่ใช่ตัวอักษรญี่ปุ่นหลัก แต่เป็นเครื่องมือช่วยในช่วงเริ่มต้น เช่น “watashi” แทน わたし ควรใช้เป็นตัวช่วยชั่วคราว ไม่ใช่พึ่งพาในระยะยาว

ตารางตัวอักษรญี่ปุ่นฮิรางานะ 46 ตัว

ฮิรางานะเสียงสระ

あ い う え お พร้อมคำอ่านพื้นฐาน

เริ่มต้นที่นี่ก่อนเสมอ: 5 เสียงสระนี้คือรากของพยางค์ทุกตัวในฮิรางานะ จำให้ขึ้นใจก่อนแล้วทุกอย่างจะง่ายขึ้น

ฮิรางานะ โรมันจิ คำอ่านไทย
a อะ
i อิ
u อุ
e เอะ
o โอะ

ฮิรางานะแถว K, S, T, N

ตัวอย่าง か き く け こ และ さ し す せ そ

ฮิรางานะ โรมันจิ คำอ่าน ฮิรางานะ โรมันจิ คำอ่าน
ka คะ sa ซะ
ki คิ shi ชิ
ku คุ su ซุ
ke เคะ se เซะ
ko โคะ so โซะ
ta ตะ na นะ
chi จิ ni นิ
tsu ซึ nu นุ
te เตะ ne เนะ
to โตะ no โนะ

ฮิรางานะแถว H, M, Y, R, W

ตัวอย่าง は ひ ふ へ ほ และ や ゆ よ

ฮิรางานะ โรมันจิ คำอ่าน ฮิรางานะ โรมันจิ คำอ่าน
ha ฮะ ma มะ
hi ฮิ mi มิ
fu ฟุ mu มุ
he เฮะ me เมะ
ho โฮะ mo โมะ
ya ยะ ra ระ
yu ยุ ri ริ
yo โยะ ru รุ
wa วะ re เระ
wo/o โวะ/โอะ ro โระ
อ่าน  รวมคำศัพท์ครอบครัว ภาษาจีน พร้อมพินอิน คำอ่าน และประโยคแนะนำครอบครัว

ตัว ん ในฮิรางานะ

อธิบายการออกเสียงพื้นฐานและการใช้ท้ายพยางค์

(n) เป็นตัวอักษรพิเศษที่ออกเสียงเดียว ไม่มีสระตามหลัง ออกเสียงคล้าย “ง” หรือ “น” ขึ้นอยู่กับพยางค์ที่ตามมา เช่น にほん (Nihon = ญี่ปุ่น) — ตัว ん ออกเสียง “น” ใช้ได้เฉพาะท้ายพยางค์เท่านั้น ไม่ขึ้นต้นพยางค์ใด

ดูตารางฮิรางานะพร้อมตัวอย่างการเขียนเพิ่มเติมได้ที่ ตัวอักษรฮิรางานะฉบับสมบูรณ์

ฮิรางานะเสียงขุ่นและเสียงกึ่งขุ่น

Dakuten คืออะไร

เครื่องหมาย ゛ ที่ใช้เปลี่ยนเสียง เช่น K เป็น G และ S เป็น Z

Dakuten (濁点) หรือเครื่องหมายสองขีดเล็กๆ ที่วางมุมขวาบนของตัวอักษร ใช้เปลี่ยนเสียงพยัญชนะต้นจากเสียงใสเป็นเสียงขุ่น เช่น か (ka) → が (ga), さ (sa) → ざ (za)

Handakuten คืออะไร

เครื่องหมาย ゜ ที่ใช้เปลี่ยนเสียง H เป็น P

Handakuten (半濁点) หรือวงกลมเล็กๆ ที่มุมขวาบน ใช้เฉพาะกับแถว H เท่านั้น เพื่อเปลี่ยนเสียง H เป็น P เช่น は (ha) → ぱ (pa)

กลุ่มเสียงขุ่นในฮิรางานะที่ควรรู้

ตัวอย่าง が ぎ ぐ げ ご, ざ じ ず ぜ ぞ, だ ぢ づ で ど, ば び ぶ べ ぼ

เสียงปกติ เสียงขุ่น (Dakuten) การเปลี่ยนเสียง
か (ka) が (ga) K → G
さ (sa) ざ (za) S → Z
た (ta) だ (da) T → D
は (ha) ば (ba) H → B

กลุ่มเสียงกึ่งขุ่นในฮิรางานะ

ตัวอย่าง ぱ ぴ ぷ ぺ ぽ

เสียงปกติ เสียงกึ่งขุ่น (Handakuten) การเปลี่ยนเสียง
は (ha) ぱ (pa) H → P
ひ (hi) ぴ (pi) H → P
ふ (fu) ぷ (pu) F → P
へ (he) ぺ (pe) H → P
ほ (ho) ぽ (po) H → P

ตารางตัวอักษรญี่ปุ่นคาตาคานะ 46 ตัว

คาตาคานะเสียงสระ

ア イ ウ エ オ พร้อมคำอ่านพื้นฐาน

คาตาคานะมีเสียงเหมือนฮิรางานะทุกตัวแต่รูปร่างต่างกัน — เส้นตรงและเหลี่ยมกว่า

คาตาคานะ โรมันจิ คำอ่าน ฮิรางานะคู่
a อะ
i อิ
u อุ
e เอะ
o โอะ

คาตาคานะแถว K, S, T, N

ตัวอย่าง カ キ ク ケ コ และ サ シ ス セ ソ

คาตาคานะ โรมันจิ คำอ่าน คาตาคานะ โรมันจิ คำอ่าน
ka คะ sa ซะ
ki คิ shi ชิ
ku คุ su ซุ
ke เคะ se เซะ
ko โคะ so โซะ
ta ตะ na นะ
chi จิ ni นิ
tsu ซึ nu นุ
te เตะ ne เนะ
to โตะ no โนะ
อ่าน  ภาษาญี่ปุ่น ความหมายดีๆ รวมคำคมญี่ปุ่นพร้อมคำอ่าน คำแปล และข้อคิดโดนใจ

คาตาคานะแถว H, M, Y, R, W

ตัวอย่าง ハ ヒ フ ヘ ホ และ ヤ ユ ヨ

คาตาคานะ โรมันจิ คำอ่าน คาตาคานะ โรมันจิ คำอ่าน
ha ฮะ ma มะ
hi ฮิ mi มิ
fu ฟุ mu มุ
he เฮะ me เมะ
ho โฮะ mo โมะ
ya ยะ ra ระ
yu ยุ ri ริ
yo โยะ ru รุ
wa วะ re เระ
wo/o โวะ ro โระ

ตัว ン ในคาตาคานะ

อธิบายการออกเสียงและการใช้งานในคำทับศัพท์

(n) เป็นคู่ของ ん ในฮิรางานะ มีเสียงและการใช้งานเหมือนกัน พบบ่อยในคำทับศัพท์ เช่น レモン (remon = lemon), パン (pan = bread/ขนมปัง), コンピューター (konpyūtā = computer)

ดูตารางคาตาคานะพร้อมตัวอย่างคำทับศัพท์เพิ่มเติมได้ที่ ตัวอักษรคาตาคานะฉบับสมบูรณ์

คาตาคานะเสียงขุ่นและการใช้กับคำทับศัพท์

หลักการเติม Dakuten ในคาตาคานะ

ใช้เปลี่ยนเสียงพื้นฐานให้เป็นเสียงขุ่น เช่น カ เป็น ガ

กฎเหมือนกับฮิรางานะทุกประการ เติม ゛ มุมขวาบนเพื่อเปลี่ยนเสียง เช่น カ (ka) → ガ (ga), サ (sa) → ザ (za), タ (ta) → ダ (da), ハ (ha) → バ (ba)

หลักการเติม Handakuten ในคาตาคานะ

ใช้เปลี่ยนเสียง H เป็น P เช่น ハ เป็น パ

เติม ゜ มุมขวาบนในแถว H เพื่อสร้างเสียง P เช่น ハ (ha) → パ (pa), ヒ (hi) → ピ (pi), フ (fu) → プ (pu) พบบ่อยมากในคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษ

ตัวอย่างคำทับศัพท์ที่ใช้คาตาคานะ

เช่น コンピューター, メッセージ และคำยืมจากภาษาอังกฤษอื่น ๆ

คาตาคานะ โรมันจิ ภาษาอังกฤษ ความหมาย
コーヒー kōhī coffee กาแฟ
テレビ terebi television โทรทัศน์
コンピューター konpyūtā computer คอมพิวเตอร์
スマートフォン sumātofon smartphone สมาร์ทโฟน
メッセージ messēji message ข้อความ
レストラン resutoran restaurant ร้านอาหาร

ข้อควรจำเมื่ออ่านคาตาคานะ

คาตาคานะมีรูปทรงเหลี่ยมกว่าและมักใช้กับคำต่างประเทศ

ระวัง: คาตาคานะมีบางตัวที่รูปร่างคล้ายกันมากจนสับสน เช่น ア (a) กับ マ (ma), ソ (so) กับ ン (n), シ (shi) กับ ツ (tsu) ควรฝึกแยกรูปทรงอย่างพิถีพิถันก่อนใช้งาน

ตัวอักษรคันจิสำหรับผู้เริ่มต้น

คันจิคืออะไร

ตัวอักษรที่มีที่มาจากภาษาจีนและใช้แทนความหมายของคำ

คันจิ (漢字) คือตัวอักษรที่ญี่ปุ่นนำมาจากจีนและปรับใช้กับภาษาตนเอง ปัจจุบันมีคันจิที่กำหนดให้ใช้ในชีวิตประจำวัน 2,136 ตัว เรียกว่า Jōyō Kanji (常用漢字) และยังมีคันจิพิเศษสำหรับชื่อบุคคลอีกหลายร้อยตัว

คันจิแตกต่างจากฮิรางานะและคาตาคานะอย่างไร

คันจิไม่ได้อ่านแบบสะกดทีละพยางค์ แต่หนึ่งตัวอาจเป็นหนึ่งคำหรือหนึ่งความหมาย

ระบบ หนึ่งตัวอักษร = ? ตัวอย่าง
ฮิรางานะ หนึ่งพยางค์ か = ka
คาตาคานะ หนึ่งพยางค์ カ = ka
คันจิ หนึ่งความหมาย (อ่านได้หลายแบบ) 山 = ภูเขา (อ่านว่า san หรือ yama)
อ่าน  การใช้ have has had หลักการใช้ Verb to Have พร้อมตัวอย่างประโยคเข้าใจง่าย

การอ่านคันจิแบบองโยมิ

การอ่านที่เกี่ยวข้องกับเสียงจากภาษาจีนดั้งเดิม

音読み (On’yomi) คือการอ่านแบบจีน มักใช้เมื่อคันจิอยู่รวมกับคันจิตัวอื่น เช่น 山 + 田 = 山田 (Yamada) อ่านแบบ On’yomi ว่า “ซัง” ในคำประสมหลายคำ

การอ่านคันจิแบบคุนโยมิ

การอ่านที่สัมพันธ์กับคำภาษาญี่ปุ่นดั้งเดิม

訓読み (Kun’yomi) คือการอ่านแบบญี่ปุ่น มักใช้เมื่อคันจิอยู่คนเดียวหรือมีฮิรางานะต่อท้าย เช่น 山 อ่านว่า “ยามะ” เมื่อใช้คนเดียว แต่อ่านว่า “ซัน” ในคำประสม

ดูตัวอย่างคันจิพื้นฐานและวิธีอ่านเพิ่มเติมได้ที่ คันจิสำหรับผู้เรียนภาษาญี่ปุ่นชาวไทย

โรมันจิกับการเรียนตัวอักษรญี่ปุ่น

โรมันจิคืออะไร

การเขียนเสียงภาษาญี่ปุ่นด้วยตัวอักษรละติน เช่น a, i, u, e, o

โรมันจิ (ローマ字) คือระบบถอดเสียงภาษาญี่ปุ่นด้วยอักษรโรมัน เช่น わたし เขียนโรมันจิว่า “watashi” ระบบที่นิยมใช้มากที่สุดคือ Hepburn Romanization ซึ่งใกล้เคียงกับเสียงภาษาอังกฤษ

โรมันจิช่วยผู้เริ่มต้นอย่างไร

ช่วยให้อ่านเสียงภาษาญี่ปุ่นได้ง่ายในช่วงเริ่มเรียน

โรมันจิมีประโยชน์ในช่วงแรกสำหรับการเทียบเสียง เช่น ตรวจสอบว่าออกเสียงถูกหรือไม่ หรือใช้พิมพ์ภาษาญี่ปุ่นบนคีย์บอร์ด แต่ไม่ควรใช้เป็นหลักในการเรียน

ข้อจำกัดของการใช้โรมันจิ

ไม่ควรพึ่งโรมันจินานเกินไป เพราะอาจทำให้จำฮิรางานะและคาตาคานะได้ช้า

ระวัง: ผู้เรียนที่พึ่งโรมันจีนานเกินไปมักเรียนภาษาญี่ปุ่นได้ช้ากว่าคนที่ฝึกตัวอักษรจริงตั้งแต่แรก เนื้อหาภาษาญี่ปุ่นจริงๆ ไม่ได้มีโรมันจิกำกับ

โรมันจิถือเป็นตัวอักษรญี่ปุ่นหรือไม่

โรมันจิไม่ใช่ตัวอักษรญี่ปุ่นหลัก แต่เป็นระบบถอดเสียงเพื่อช่วยอ่าน

โรมันจิเป็นเพียงเครื่องมือ ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของตัวอักษรญี่ปุ่นหลัก สื่อสิ่งพิมพ์ หนังสือ และเว็บไซต์ญี่ปุ่นทั่วไปไม่มีโรมันจิ ดังนั้นการเรียนตัวอักษรจริงจึงจำเป็นสำหรับการใช้งานในชีวิตจริง

ฟูริงานะคืออะไร และเกี่ยวข้องกับตัวอักษรญี่ปุ่นอย่างไร

ความหมายของฟูริงานะ

ฮิรางานะขนาดเล็กที่เขียนกำกับคันจิเพื่อบอกคำอ่าน

ฟูริงานะ (振り仮名) หรือ “รูบิ” (ルビ) คือฮิรางานะขนาดเล็กที่วางเหนือหรือข้างคันจิ เพื่อบอกวิธีออกเสียง เช่น คันจิ 山 มีฟูริงานะ やま กำกับ ทำให้รู้ว่าอ่านว่า “ยามะ”

ฟูริงานะช่วยผู้เรียนอย่างไร

ช่วยให้อ่านคันจิที่ยังไม่รู้จักได้ง่ายขึ้น

ฟูริงานะเป็นเพื่อนที่ดีมากสำหรับผู้เรียนภาษาญี่ปุ่น เพราะช่วยให้อ่านคันจิที่ยังไม่ได้เรียนได้โดยไม่ต้องหยุดค้นพจนานุกรม ทำให้อ่านหนังสือหรือมังงะไปพร้อมกับเรียนคันจิไปในตัว

ฟูริงานะมักพบที่ไหน

พบในหนังสือเรียน มังงะ สื่อสำหรับเด็ก และบทความสำหรับผู้เรียนภาษาญี่ปุ่น

  • หนังสือเรียนภาษาญี่ปุ่นสำหรับต่างชาติ
  • มังงะสำหรับเด็ก (少年 / Shōnen manga)
  • หนังสือนิทานเด็กและสื่อสำหรับเด็กประถม
  • บทความที่เขียนเพื่อผู้เรียนภาษาญี่ปุ่นโดยเฉพาะ

วิธีเริ่มจำตัวอักษรญี่ปุ่นสำหรับผู้เริ่มต้น

เริ่มจากฮิรางานะก่อน

เพราะเป็นตัวอักษรพื้นฐานที่ใช้บ่อยในคำภาษาญี่ปุ่น

แนะนำ: ใช้เวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์ฝึกฮิรางานะ 46 ตัวให้แม่น โดยท่องทีละแถว 5 ตัว ทำซ้ำทุกวัน ไม่ต้องรีบ คุณภาพสำคัญกว่าความเร็ว

ต่อด้วยคาตาคานะ

ช่วยให้อ่านคำทับศัพท์ ชื่อสินค้า ชื่อประเทศ และคำต่างประเทศได้

คาตาคานะมีเสียงเหมือนฮิรางานะทุกตัว ทำให้เรียนรู้ได้เร็วกว่า เพราะไม่ต้องเรียนเสียงใหม่ แค่เรียนรูปร่างตัวอักษรใหม่เท่านั้น และยังสามารถฝึกโดยอ่านคำทับศัพท์ในชีวิตประจำวัน เช่น ชื่อสินค้าญี่ปุ่น

ค่อยเริ่มเรียนคันจิพื้นฐาน

เริ่มจากคันจิที่พบได้บ่อย เช่น ตัวเลข วัน เวลา และคำง่าย ๆ

คันจิที่ควรเรียนก่อน ได้แก่ ตัวเลข 一二三四五六七八九十 วันในสัปดาห์ เดือน และตัวอักษรบอกทิศทาง 上下左右 เพราะพบบ่อยและใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน

ใช้โรมันจิเป็นตัวช่วยในช่วงแรก

ใช้เพื่อเทียบเสียงเท่านั้น แล้วค่อยลดการพึ่งพาเมื่อจำตัวอักษรได้มากขึ้น

ตั้งเป้าหมายว่าภายใน 1 เดือนจะลดการดูโรมันจิให้น้อยลง และภายใน 3 เดือนจะอ่านฮิรางานะและคาตาคานะได้โดยไม่ต้องพึ่งโรมันจิ

ดูคู่มือการเรียนฮิรางานะและคาตาคานะสำหรับผู้เริ่มต้นได้ที่ คู่มือฮิรางานะและคาตาคานะฉบับสมบูรณ์

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการเรียนตัวอักษรญี่ปุ่น

จำฮิรางานะกับคาตาคานะสลับกัน

ควรฝึกแยกจากรูปทรง การใช้งาน และตัวอย่างคำศัพท์

คำแนะนำ: ฝึกฮิรางานะให้แม่นก่อน แล้วค่อยเริ่มคาตาคานะ ไม่ควรเรียนสองระบบพร้อมกันในช่วงแรก เพราะจะสับสนกัน โดยเฉพาะคู่ที่หน้าตาคล้ายกัน เช่น あ กับ ア

พึ่งโรมันจิมากเกินไป

ทำให้อ่านตัวอักษรญี่ปุ่นจริงได้ช้าลง

ผู้เรียนที่ใช้โรมันจินานเกินไปมักสังเกตตัวเองว่า “ท่องตัวอักษรได้แต่อ่านคำไม่ออก” เพราะสมองเริ่มพึ่งพาโรมันจีมากกว่าการจำรูปตัวอักษรโดยตรง

ละเลยเสียงขุ่นและเสียงกึ่งขุ่น

ทำให้อ่านคำศัพท์ผิดเสียงหรือเข้าใจคำคลาดเคลื่อน

ระวัง: Dakuten และ Handakuten เปลี่ยนความหมายคำได้ เช่น はし (hashi) อาจแปลว่า “ตะเกียบ” หรือ “สะพาน” ขึ้นอยู่กับโทนเสียง การออกเสียงผิดอาจสื่อสารคลาดเคลื่อนได้

เริ่มคันจิเร็วเกินไปโดยยังไม่แม่นคานะ

ควรมีพื้นฐานฮิรางานะและคาตาคานะก่อนเรียนคันจิอย่างจริงจัง

คันจิหลายตัวมีฮิรางานะต่อท้าย (okurigana) ซึ่งต้องอ่านออก ถ้าฮิรางานะยังไม่แม่นก็จะอ่านคันจิได้ไม่สมบูรณ์ ควรรอให้อ่านฮิรางานะได้คล่องก่อนจึงค่อยเริ่มคันจิอย่างจริงจัง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับตัวอักษรญี่ปุ่น

ตัวอักษรญี่ปุ่นมีกี่แบบ

ตัวอักษรญี่ปุ่นหลักมี 3 แบบ คือ ฮิรางานะ คาตาคานะ และคันจิ

ทั้งสามระบบใช้ควบคู่กันในการเขียนภาษาญี่ปุ่น ประโยคหนึ่งประโยคอาจมีทั้งสามระบบปรากฏพร้อมกัน นอกจากนี้ยังมีโรมันจิที่ใช้เป็นตัวช่วยสำหรับผู้เริ่มต้น

ฮิรางานะมีกี่ตัว

ฮิรางานะพื้นฐานมี 46 ตัว

ฮิรางานะพื้นฐาน 46 ตัว เมื่อรวมกับเสียงขุ่น (Dakuten), เสียงกึ่งขุ่น (Handakuten) และพยางค์ผสม (Combination) แล้วจะได้เสียงทั้งหมดประมาณ 100 เสียงขึ้นไป ดูคำศัพท์ภาษาญี่ปุ่นเพิ่มเติมได้ที่ คลังคำศัพท์ภาษาต่างประเทศสำหรับคนไทย

คาตาคานะมีกี่ตัว

คาตาคานะพื้นฐานมี 46 ตัว

เหมือนกับฮิรางานะทุกประการในด้านจำนวนและเสียง แต่รูปร่างต่างกัน คาตาคานะมีลักษณะเส้นตรงและเหลี่ยมกว่าฮิรางานะ

ควรเรียนฮิรางานะหรือคาตาคานะก่อน

ควรเริ่มจากฮิรางานะก่อน แล้วต่อด้วยคาตาคานะ

ฮิรางานะพบบ่อยกว่าและเป็นพื้นฐานไวยากรณ์ญี่ปุ่น นักเรียนส่วนใหญ่ที่เรียนฮิรางานะก่อนมักจำคาตาคานะได้เร็วกว่า เพราะเสียงเหมือนกันหมด แค่รูปร่างต่างกัน

คันจิยากกว่าฮิรางานะและคาตาคานะไหม

คันจิมักยากกว่า เพราะมีทั้งความหมาย รูปเขียน และวิธีอ่านหลายแบบ

ฮิรางานะและคาตาคานะเรียนรู้ได้ภายในไม่กี่สัปดาห์ แต่คันจิต้องใช้เวลาหลายปีจึงจะครบระดับที่ต้องการ คันจิระดับ JLPT N5 (ระดับเริ่มต้น) มีประมาณ 100 ตัว ส่วนระดับ N1 (สูงสุด) ต้องรู้มากกว่า 2,000 ตัว