เดือนภาษาอังกฤษ 12 เดือน พร้อมคำอ่าน ตัวย่อ และตัวอย่างการใช้แบบเข้าใจง่าย

เดือนภาษาอังกฤษ
บทความนี้รวม เดือนภาษาอังกฤษ 12 เดือน ครบทั้งหมด พร้อมคำอ่านภาษาไทย ตัวย่อ ที่มาของชื่อเดือน วิธีใช้ในประโยค และเทคนิคจำ เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นที่อยากจำ เดือนภาษาอังกฤษพร้อมคำอ่าน และใช้ในการเขียนวันที่ อีเมล หรือเอกสารภาษาอังกฤษ

เดือนภาษาอังกฤษคืออะไร

ความหมายของคำว่า Month

Month แปลว่า เดือน ใช้เรียกช่วงเวลาตามปฏิทิน

Month (มันธ์) แปลว่า เดือน เป็นหน่วยเวลาที่แบ่งปีออกเป็น 12 ส่วน ในปฏิทินปัจจุบันแต่ละเดือนมี 28-31 วัน ขึ้นอยู่กับชื่อเดือนและปีนั้นๆ

Months แปลว่าอะไร

Months เป็นรูปพหูพจน์ของ Month ใช้เมื่อกล่าวถึงหลายเดือน

เช่น “I have been here for three months.” (ฉันอยู่ที่นี่มาสามเดือนแล้ว) ต่างจาก “It takes one month.” ที่พูดถึงหนึ่งเดือน

ทำไมควรรู้เดือนภาษาอังกฤษทั้ง 12 เดือน

ช่วยในการบอกวันเดือนปี นัดหมาย วางแผนการเดินทาง และใช้ในเอกสารภาษาอังกฤษ

เดือนภาษาอังกฤษเป็นคำศัพท์ที่ขาดไม่ได้ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการกรอกแบบฟอร์มวีซ่า จองตั๋วเครื่องบิน เขียนอีเมล หรืออ่านกำหนดการต่างๆ ล้วนต้องใช้ชื่อเดือนภาษาอังกฤษทั้งสิ้น

ตารางเดือนภาษาอังกฤษ 12 เดือน พร้อมคำอ่านและตัวย่อ

เดือนที่ 1-4 ภาษาอังกฤษ

January, February, March, April พร้อมคำอ่านและตัวย่อ

ลำดับ ชื่อเดือน คำอ่าน ตัวย่อ เดือนไทย จำนวนวัน
1 January แจน-ยู-เออ-รี Jan. มกราคม 31 วัน
2 February เฟบ-รู-เออ-รี Feb. กุมภาพันธ์ 28/29 วัน
3 March มาร์ช Mar. มีนาคม 31 วัน
4 April เอ-พริล Apr. เมษายน 30 วัน

เดือนที่ 5-8 ภาษาอังกฤษ

May, June, July, August พร้อมคำอ่านและตัวย่อ

ลำดับ ชื่อเดือน คำอ่าน ตัวย่อ เดือนไทย จำนวนวัน
5 May เมย์ May พฤษภาคม 31 วัน
6 June จูน Jun. มิถุนายน 30 วัน
7 July จู-ไลย์ Jul. กรกฎาคม 31 วัน
8 August ออ-เกิสต์ Aug. สิงหาคม 31 วัน

เดือนที่ 9-12 ภาษาอังกฤษ

September, October, November, December พร้อมคำอ่านและตัวย่อ

ลำดับ ชื่อเดือน คำอ่าน ตัวย่อ เดือนไทย จำนวนวัน
9 September เซป-เทม-เบอร์ Sep. / Sept. กันยายน 30 วัน
10 October อ็อก-โท-เบอร์ Oct. ตุลาคม 31 วัน
11 November โน-เวม-เบอร์ Nov. พฤศจิกายน 30 วัน
12 December ดิ-เซม-เบอร์ Dec. ธันวาคม 31 วัน

ข้อควรจำเกี่ยวกับการเขียนชื่อเดือน

ชื่อเดือนภาษาอังกฤษต้องขึ้นต้นด้วยตัวพิมพ์ใหญ่เสมอ

กฎสำคัญ: ชื่อเดือนเป็นคำนามเฉพาะ ต้องขึ้นต้นด้วยตัวพิมพ์ใหญ่เสมอ ไม่ว่าจะอยู่ต้น กลาง หรือท้ายประโยค

  • ถูก: My birthday is in January.
  • ผิด: My birthday is in january.

ดูตารางเดือนภาษาอังกฤษพร้อมตัวอย่างเพิ่มเติมได้ที่ เดือนภาษาอังกฤษ 12 เดือน ฉบับสมบูรณ์

ตัวย่อเดือนภาษาอังกฤษใช้ยังไง

ตัวย่อเดือนที่ใช้บ่อยในปฏิทิน

เช่น Jan, Feb, Mar, Apr, Aug, Sep, Oct, Nov, Dec

เดือนเต็ม ตัวย่อ เดือนเต็ม ตัวย่อ
January Jan. July Jul.
February Feb. August Aug.
March Mar. September Sep. / Sept.
April Apr. October Oct.
May May November Nov.
June Jun. December Dec.

เดือนที่ตัวย่อเหมือนชื่อเต็ม

May มักใช้เหมือนเดิม เพราะเป็นชื่อเดือนสั้นอยู่แล้ว

May เป็นชื่อเดือนที่สั้นที่สุด มีเพียง 3 ตัวอักษร จึงไม่มีการย่อ — ใช้ว่า May ทั้งรูปเต็มและรูปย่อ

การใช้ตัวย่อเดือนในเอกสาร

ใช้ในตาราง ปฏิทิน กำหนดการ ใบจอง และการเขียนวันที่แบบย่อ

ตัวย่อเดือนเหมาะสำหรับพื้นที่จำกัด เช่น ช่องในตาราง หัวเซลล์ Excel หรือปฏิทินแอปต่างๆ แต่ในเอกสารราชการหรือสัญญาควรเขียนชื่อเดือนเต็มเพื่อป้องกันความสับสน

ข้อควรระวังเมื่อตัวย่อเดือน

ควรใช้รูปแบบเดียวกันทั้งเอกสารเพื่อความเป็นระเบียบ

ในเอกสารเดียวกัน ถ้าเลือกใช้ตัวย่อ ควรใช้ตลอด เช่น Jan, Feb, Mar ทั้งเอกสาร ไม่ใช่สลับกับชื่อเต็มบางส่วน

อ่าน  รวมคําอวยพร ภาษาอังกฤษ พร้อมคำแปล ใช้ได้ทุกโอกาส

คำอ่านเดือนภาษาอังกฤษสำหรับผู้เริ่มต้น

เดือนที่มักอ่านง่าย

เช่น May, June, July และ March

  • May — เมย์ (ออกเสียงสั้น ตรงไปตรงมา)
  • June — จูน (เสียงเดียว)
  • July — จู-ไลย์ (สองพยางค์ ออกเสียงง่าย)
  • March — มาร์ช (พยางค์เดียว)

เดือนที่มักออกเสียงผิด

เช่น January, February, August และ September

ระวังเดือนเหล่านี้:

  • January — แจน-ยู-เออ-รี (ไม่ใช่ จา-นู-อา-รี)
  • February — เฟบ-รู-เออ-รี (มักลืมเสียง “r” ตรงกลาง)
  • August — ออ-เกิสต์ (ไม่ใช่ อ-กัส)
  • September — เซป-เทม-เบอร์ (ไม่ใช่ เซฟ-เต็ม-เบอร์)
  • November — โน-เวม-เบอร์ (ไม่ใช่ โน-เวน-เบอร์)

เทคนิคฝึกออกเสียงชื่อเดือน

อ่านออกเสียงทีละพยางค์ แล้วฝึกพูดเรียงลำดับจาก January ถึง December

ลองแยกพยางค์แล้วออกเสียงทีละส่วน เช่น Feb-ru-ar-y → ฝึกออกเสียงแต่ละส่วน แล้วรวมกัน วิธีนี้ช่วยได้มากสำหรับเดือนที่ยาวกว่าสองพยางค์

การจำเดือนภาษาอังกฤษด้วยเสียงและจังหวะ

ใช้เพลงหรือการท่องซ้ำช่วยให้จำลำดับเดือนได้ง่ายขึ้น

ลองท่องเดือนทั้ง 12 เป็นจังหวะ หรือร้องตามเพลง “The Months of the Year” ที่มีทำนองง่ายๆ ช่วยให้จำลำดับและการออกเสียงได้โดยไม่รู้ตัว

ฤดูกาลภาษาอังกฤษที่เกี่ยวข้องกับเดือน

ฤดูกาล ภาษาอังกฤษ คำอ่าน เดือนในซีกโลกเหนือ
ฤดูใบไม้ผลิ Spring สปริง Mar – May
ฤดูร้อน Summer ซัม-เมอร์ Jun – Aug
ฤดูใบไม้ร่วง Autumn / Fall ออ-ทัม / ฟอล Sep – Nov
ฤดูหนาว Winter วิน-เทอร์ Dec – Feb
ฤดูฝน Rainy season เรน-นี ซี-เซิน ขึ้นอยู่กับภูมิภาค

Autumn หรือ Fall

แปลว่า ฤดูใบไม้ร่วง โดย Autumn พบมากในอังกฤษ และ Fall พบมากในอเมริกา

Autumn (ออ-ทัม) นิยมใช้ในภาษาอังกฤษแบบบริติช ส่วน Fall (ฟอล) นิยมในอเมริกา ทั้งสองคำหมายถึงฤดูกาลเดียวกัน ใช้แทนกันได้

Rainy season

แปลว่า ฤดูฝน ใช้บอกช่วงเวลาที่มีฝนตกบ่อย

ในประเทศไทยมักพูดถึง Rainy season ซึ่งโดยทั่วไปอยู่ในช่วงเดือน May ถึง October ต่างจากประเทศ 4 ฤดูที่ใช้ Spring, Summer, Autumn, Winter แทน

ดูคำศัพท์เดือนและฤดูกาลภาษาอังกฤษเพิ่มเติมได้ที่ 12 Months of the Year Vocabulary

ที่มาของชื่อเดือนภาษาอังกฤษ

January

เกี่ยวข้องกับ Janus เทพแห่งการเริ่มต้น ประตู และการเปลี่ยนผ่าน

January มาจาก Ianuarius ในภาษาละติน อิงกับ Janus (จานัส) เทพสองหน้าของโรมันที่หนึ่งหันมองอดีตและอีกหน้ามองอนาคต สื่อถึงการเริ่มต้นปีใหม่และการเปลี่ยนผ่าน

February

มีรากจากคำที่เกี่ยวข้องกับการชำระล้างหรือพิธีกรรมในโรมัน

February มาจาก februum ในภาษาละติน ซึ่งหมายถึงพิธีชำระล้างหรือการชดเชยบาป ในปฏิทินโรมันโบราณ กุมภาพันธ์เป็นเดือนแห่งการชำระบาปก่อนปีใหม่

March

มาจาก Mars เทพเจ้าแห่งสงครามในโรมัน

March มาจาก Martius ซึ่งอิงกับ Mars เทพเจ้าแห่งสงครามของโรมัน ในปฏิทินโรมันเดิม มีนาคมคือเดือนแรกของปี และเป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิที่เริ่มออกรบ

April

เกี่ยวข้องกับความหมายเรื่องการผลิบานหรือการเริ่มเติบโตของพืชพรรณ

ที่มาของ April ยังถกเถียงกัน บ้างว่ามาจากคำละติน aperire (เปิด) สื่อถึงการผลิบานของดอกไม้ในฤดูใบไม้ผลิ

May และ June

เกี่ยวข้องกับ Maia เทพธิดาที่สื่อถึงความอุดมสมบูรณ์ และ Juno เทพีแห่งการแต่งงาน

May มาจาก Maia เทพีแห่งความอุดมสมบูรณ์และฤดูใบไม้ผลิ ส่วน June มาจาก Juno เทพีสูงสุดของโรมัน ผู้ดูแลสตรีและการแต่งงาน จึงถือว่าเดือนมิถุนายนเป็นเดือนมงคลสำหรับงานแต่งงาน

July และ August

ตั้งตาม Julius Caesar และ Augustus บุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์โรมัน

July ตั้งตาม Julius Caesar ผู้นำโรมันที่เกิดในเดือนนี้ ส่วน August ตั้งตาม Augustus Caesar จักรพรรดิโรมันองค์แรก ทั้งสองเดือนมี 31 วันเพราะถือว่าต้องเป็นเดือนของผู้ยิ่งใหญ่

September, October, November และ December

มีรากจากตัวเลขละตินที่สัมพันธ์กับลำดับเดือนในปฏิทินโรมันเดิม

เดือน รากละติน แปลว่า ลำดับเดิม
September Septem เจ็ด เดือนที่ 7
October Octo แปด เดือนที่ 8
November Novem เก้า เดือนที่ 9
December Decem สิบ เดือนที่ 10

ลำดับเลขไม่ตรงกับปัจจุบัน เพราะปฏิทินโรมันเดิมมีเพียง 10 เดือน ก่อนที่จะเพิ่ม January และ February เข้ามาทีหลัง

อ่าน  อาชีพต่างๆ อาชีพที่ 41-60

วิธีใช้เดือนภาษาอังกฤษในประโยค

การใช้เดือนกับคำบุพบท in

ใช้ in เมื่อต้องการบอกว่าเหตุการณ์เกิดในเดือนใด เช่น in January

กฎจำง่าย: เดือน = ใช้ in เสมอ เช่น in January, in March, in December

  • I was born in March. — ฉันเกิดในเดือนมีนาคม
  • The project starts in October. — โครงการเริ่มในเดือนตุลาคม
  • We will visit Japan in December. — เราจะไปญี่ปุ่นในเดือนธันวาคม

การใช้เดือนร่วมกับวันที่

ใช้เมื่อต้องระบุวันและเดือน เช่น January 1 หรือ 1 January

รูปแบบ ตัวอย่าง ใช้ที่ไหน
เดือน + วัน (อเมริกัน) January 1, 2025 สหรัฐอเมริกา
วัน + เดือน (บริติช) 1 January 2025 อังกฤษ ออสเตรเลีย
Ordinal (พูด) January the first การพูด

การใช้เดือนในประโยคบอกเวลา

เช่น My birthday is in May. และ The meeting is in October.

  • My birthday is in May. — วันเกิดของฉันอยู่ในเดือนพฤษภาคม
  • The meeting is scheduled in October. — การประชุมกำหนดไว้ในเดือนตุลาคม
  • School starts in August. — โรงเรียนเปิดในเดือนสิงหาคม
  • Christmas is in December. — คริสต์มาสอยู่ในเดือนธันวาคม

การใช้เดือนในอีเมลและเอกสารทางการ

ควรเขียนชื่อเดือนเต็มเพื่อความชัดเจน โดยเฉพาะในเอกสารสำคัญ

ในสัญญา จดหมายทางการ และเอกสารราชการ ควรเขียน “January” แทน “Jan.” เพื่อป้องกันความสับสนและยืนยันความถูกต้อง

ดูตัวอย่างการใช้เดือนในประโยคต่างๆ เพิ่มเติมได้ที่ เดือนภาษาอังกฤษพร้อมตัวอย่างการใช้

การใช้ Month, Months, Month’s และ Months’

Month ใช้เมื่อไร

ใช้เมื่อพูดถึงเดือนเดียวหรือหน่วยเวลาเอกพจน์

  • It takes one month to finish. — ใช้เวลาหนึ่งเดือนเพื่อเสร็จ
  • This is the best month of the year. — นี่คือเดือนที่ดีที่สุดของปี

Months ใช้เมื่อไร

ใช้เมื่อพูดถึงหลายเดือน เช่น two months หรือ six months

  • I have been here for six months. — ฉันอยู่ที่นี่มาหกเดือนแล้ว
  • It takes three months to complete. — ต้องใช้เวลาสามเดือนจึงจะเสร็จ

Month’s ใช้เมื่อไร

ใช้แสดงความเป็นเจ้าของหรือความสัมพันธ์กับหนึ่งเดือน เช่น one month’s notice

  • one month’s notice — การแจ้งล่วงหน้าหนึ่งเดือน
  • a month’s salary — เงินเดือนหนึ่งเดือน

Months’ ใช้เมื่อไร

ใช้แสดงความเป็นเจ้าของหรือความสัมพันธ์กับหลายเดือน เช่น three months’ rent

  • three months’ rent — ค่าเช่าสามเดือน
  • six months’ work — งานหกเดือน

ตัวอย่างเปรียบเทียบ Month’s และ Months’

อธิบายความต่างจากจำนวนเดือนและตำแหน่ง apostrophe

รูปแบบ กรณีที่ใช้ ตัวอย่าง
month’s หนึ่งเดือน one month’s notice
months’ หลายเดือน three months’ experience

การใช้ Month เป็นคำคุณศัพท์ประสม

Compound adjective คืออะไร

คำคุณศัพท์ประสมคือคำหลายคำที่รวมกันเพื่อขยายคำนาม

Compound adjective (คอม-พาวด์ แอด-เจค-ทิฟ) คือการนำคำหลายคำมาเชื่อมด้วย hyphen (-) เพื่อทำหน้าที่ขยายคำนาม เช่น three-month vacation (การพักร้อนสามเดือน)

การใช้ hyphen กับคำว่า month

ใช้ขีดกลางเมื่อ month ทำหน้าที่ขยายคำนาม เช่น one-month course

  • a one-month course — คอร์สหนึ่งเดือน
  • a six-month plan — แผนหกเดือน
  • a three-month vacation — วันหยุดสามเดือน

ทำไม one-month ไม่เติม s

เมื่อใช้เป็นคำคุณศัพท์ประสมหน้า noun จะไม่เติม s แม้มีจำนวนมากกว่าหนึ่ง

ผิด: a three-months vacation
ถูก: a three-month vacation
เมื่อ month ทำหน้าที่เป็น adjective (ขยาย vacation) จะไม่เติม s เพราะทำหน้าที่เป็น modifier ไม่ใช่ noun

อ่าน  ส่วนต่างๆ บนใบหน้า

ตัวอย่างการใช้ month ในคำคุณศัพท์ประสม

เช่น three-month vacation, six-month plan และ one-month-old baby

  • She took a three-month break. — เธอพักสามเดือน
  • We signed a six-month contract. — เราเซ็นสัญญาหกเดือน
  • He has a one-month-old baby. — เขามีลูกอายุหนึ่งเดือน

เทคนิคจำเดือนภาษาอังกฤษให้ง่ายขึ้น

จำเป็นกลุ่มละ 4 เดือน

แบ่งเป็น January-April, May-August และ September-December

แบ่งกลุ่มจำ:

  • กลุ่ม 1: Jan, Feb, Mar, Apr — เดือนต้นปี
  • กลุ่ม 2: May, Jun, Jul, Aug — เดือนกลางปี
  • กลุ่ม 3: Sep, Oct, Nov, Dec — เดือนปลายปี

จำจากตัวย่อเดือน

ใช้ตัวย่อช่วยเชื่อมโยงชื่อเต็มกับการใช้งานจริงในปฏิทิน

เริ่มจากจำตัวย่อก่อน เช่น Jan = January, Feb = February เพราะตัวย่อสั้นกว่า จำง่ายกว่า และพอจำตัวย่อได้แล้วก็จะจำชื่อเต็มได้ไม่ยาก

จำจากวันเกิดหรือเหตุการณ์สำคัญ

เชื่อมชื่อเดือนกับวันเกิด วันหยุด เทศกาล หรือกำหนดการส่วนตัว

  • February — วันวาเลนไทน์ (Valentine’s Day) ตรงกับ Feb 14
  • October — ฮาโลวีน (Halloween) ตรงกับ Oct 31
  • December — คริสต์มาส (Christmas) ตรงกับ Dec 25

ฝึกเขียนและอ่านออกเสียงทุกวัน

ช่วยให้จำทั้งตัวสะกด ลำดับเดือน และการออกเสียงได้แม่นขึ้น

ลองตั้งปฏิทินโทรศัพท์เป็นภาษาอังกฤษ จะได้เห็นชื่อเดือนทุกวัน ทำให้จำชื่อเดือนและตัวย่อได้โดยอัตโนมัติ

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการใช้เดือนภาษาอังกฤษ

ไม่ขึ้นต้นชื่อเดือนด้วยตัวพิมพ์ใหญ่

ชื่อเดือนภาษาอังกฤษเป็นชื่อเฉพาะ จึงต้องขึ้นต้นด้วยตัวพิมพ์ใหญ่

ชื่อวันและชื่อเดือนในภาษาอังกฤษถือเป็น Proper noun ต้องใช้ตัวพิมพ์ใหญ่เสมอ ไม่มีข้อยกเว้น

สะกดชื่อเดือนผิด

เดือนที่ควรระวัง เช่น February, August, September และ November

ที่สะกดผิดบ่อย ที่ถูกต้อง
Febuary / Feburary February
Agust / Augest August
Septmber / Setpember September
Novemeber / Novmber November

สับสนระหว่าง month’s กับ months’

ควรดูว่ากล่าวถึงหนึ่งเดือนหรือหลายเดือนก่อนใส่ apostrophe

จำง่ายๆ: ถ้าพูดถึง 1 เดือน = month’s / ถ้าพูดถึงหลายเดือน = months’ โดย apostrophe อยู่หลัง s ในกรณีพหูพจน์

เติม s ผิดในคำคุณศัพท์ประสม

ควรใช้ three-month course ไม่ใช่ three-months course

เมื่อ month ทำหน้าที่เป็น adjective (ขยายคำนาม) จะไม่เติม s เช่น “a six-month program” ไม่ใช่ “a six-months program”

ดูตัวอย่างการใช้เดือนภาษาอังกฤษในบริบทต่างๆ เพิ่มเติมได้ที่ เดือนภาษาอังกฤษ 12 เดือนพร้อมคำอ่าน และดูคำศัพท์ภาษาอังกฤษหมวดอื่นๆ ได้ที่ คลังคำศัพท์ภาษาอังกฤษสำหรับคนไทย

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเดือนภาษาอังกฤษ

เดือนภาษาอังกฤษมีอะไรบ้าง

มี January, February, March, April, May, June, July, August, September, October, November และ December

ทั้ง 12 เดือนเรียงตามลำดับ: January (1), February (2), March (3), April (4), May (5), June (6), July (7), August (8), September (9), October (10), November (11), December (12)

เดือนภาษาอังกฤษมีกี่เดือน

มีทั้งหมด 12 เดือน

ปีหนึ่งมี 12 เดือน รวมระยะเวลาประมาณ 365 วัน (366 วันในปีอธิกสุรทิน) โดย February เป็นเดือนที่สั้นที่สุดมี 28 วัน (29 วันในปีอธิกสุรทิน)

January ตัวย่อคืออะไร

January ตัวย่อคือ Jan

ตัวย่อของ January คือ Jan. หรือ Jan ใช้ในปฏิทิน ตาราง และเอกสารที่มีพื้นที่จำกัด

September ตัวย่อคืออะไร

September ตัวย่อคือ Sep หรือ Sept ตามรูปแบบที่ใช้

September มีสองรูปแบบย่อที่ยอมรับได้คือ Sep. และ Sept. ทั้งสองถูกต้อง ควรเลือกใช้แบบเดียวกันตลอดเอกสาร

คำว่า Month กับ Months ต่างกันอย่างไร

Month ใช้กับเดือนเดียว ส่วน Months ใช้กับหลายเดือน

Month = เดือนเดียว เช่น “one month” / Months = หลายเดือน เช่น “three months” เป็นกฎพหูพจน์ปกติของคำนาม